News Update

ลดขยะไม่ยากเริ่มต้นที่ตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปริมาณขยะในประเทศไทยและทั่วโลกมีสถิติเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรอย่างต่อเนื่อง และหนทางที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ดีที่สุดคือ สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนทุกคน
ดังเช่นการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลเมืองรุ่นใหม่ เท่าทันสถานการณ์ขยะ” จัดโดยสงขลา ฟอรั่ม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับ สนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ด้วยการพาเยาวชนไปรับทราบวงจรของขยะที่เกิดขึ้นในชุมชนของตัวเอง ควบคู่กับการสอดแทรกประเด็นการเรียนรู้ 5 หัวข้อ ได้แก่ ข้อ 1 พฤติกรรมการทิ้งขยะของคนในสังคม ข้อ 2 การสร้างขยะในชีวิตประจำวัน ข้อ 3 จัดการขยะ ข้อ 4 ศึกษามุมมอง/ความคิดของคนทั่วไปเกี่ยวกับขยะ และข้อ 5 ขยะอันตราย ผ่านมุมมองถึง “วิถี” ชุมชน โดยเยาวชนรุ่นใหม่ที่บอกเล่าในการจัดการ “ขยะเจ้าปัญหา”

นางพรรณิภา โสตถิพันธุ์ ผู้อำนวยการสงขลาฟอรั่ม กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ต้องการให้เยาวชนรับทราบพฤติกรรมการทิ้งขยะของคนอื่น มิใช่งานที่พาเด็กไปกวาดถนนหรือเก็บขยะ เพราะนั่นไม่ใช่การจัดการปัญหาอย่างแท้จริง แต่เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อต้องการปลูกจิตสำนึกและหาแนวทางร่วมกันของเยาวชนในฐานะพลเมืองรุ่นใหม่ ในการจัดการกับขยะที่เกิดจากตัวเองก่อน ก่อนจะจัดการกับขยะที่เป็นปัญหารวม ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากการได้รับความรู้จากวิทยากรแล้ว เยาวชนได้ลงพื้นที่และทำกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย “กิจกรรม ขยะที่ฉันผลิตใน 1 วัน” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการสร้างขยะจากตัวเราเองที่เป็นต้นทางของขยะ ด้วยการแจกกระเป๋าผ้าให้น้องๆ คนละ 1 ใบ เพื่อเก็บขยะของตัวเองที่สร้างขึ้น ให้น้องๆ เยาวชนเห็นว่าใน “1 วัน” เราสร้างขยะของตัวเองเป็นปริมาณเท่าไร อาทิ จากการถุงขนม เปลือกลูกอม ขวดน้ำพลาสติก
ต่อด้วย “กิจกรรมลงพื้นที่บ่อขยะที่เทศบาลตำบลเกาะแต้ว” อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อให้น้องๆ เยาวชนได้เห็นภาพขยะปลายทางหลังจากที่รถเทศบาลเก็บแล้วนำมาทิ้ง หลายคนถึงกับอึ้งเมื่อเห็นภาพกองขยะที่สูงราวกับภูเขาขยะย่อมๆ ที่มาพร้อมกับกลิ่นเหม็นตลบอบอวล ถัดมาคือ “กิจกรรมเก็บ กวาด ร่อน” ลงพื้นที่ชุมชนเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นชุมชนริมหาดและเป็นชุมชนปากคลองที่ขึ้นชื่อว่ามีขยะและสิ่งปฏิกูลจำนวนมาก เพราะนอกจากชาวบ้านในตัวชุมชนทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางแล้ว ชุมชนดังกล่าวยังเป็นพื้นที่รองรับขยะจากชุมชนอื่นด้วย
โดยเยาวชนสะท้อนว่า ขยะในชุมชนส่วนใหญ่ที่พบเจอมากที่สุดคือ ถุงพลาสติก ขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่แตกร้าวริมหาด เหล็กขึ้นสนิม ซากอวนเก่า ฯลฯ ซึ่งนอกจากเก็บ กวาด ร่อนแล้ว เยาวชนยังเข้าไปพูดคุยสื่อสารและทำความเข้าใจกับคนในชุมชนถึงผลกระทบของการทิ้งขยะ แล้วกลับมาทบทวนถึงปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่จริง แล้วนำไปสู่แนวทางในการจัดการกับปัญหาขยะในชุมชนของตัวเองด้วย
นายสุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรีตำบลปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ในฐานะวิทยากร กล่าวว่า นโยบายการจัดการขยะนั้นต้องทำให้นโยบายเป็นปฏิบัติการทางสังคมที่เกิดจากประชาชน มิใช่จากภาครัฐหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ภายใต้กระบวนการที่สังคมต้องเป็นผู้กำหนดกติกาเอง โดยมองว่าความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะในชุมชนเป็นแบบ “เกิดช่องว่างของความรู้” เพราะไม่สามารถสื่อสารกันได้
ดังนั้น การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแก่ชุมชนในการดำเนินการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้และร่วมแก้ปัญหาด้วยกัน ขณะเดียวกันหากเกิดการจัดการที่ดีจะทำให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรมีมูลค่า และสามารถนำกลับมาใช้กับภาคสังคมได้มากขึ้น
ทั้งนี้ แนวทางที่เทศบาลตำบลปริกนำมาใช้ในการจัดการขยะโครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน พบว่าชุมชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบนั้นจะมีปริมาณขยะค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร รวมทั้งการปลูกฝังให้คนในชุมชนช่วยกันคัดแยกขยะ โดยให้ความรู้ความเข้าใจแก่คนในชุมชน เช่น การคัดแยกขยะอินทรีย์ที่มีทุกบ้าน และการมีสำนึกในการรักษาความสะอาดของชุมชน จะทำให้สามารถลดปริมาณขยะลงได้
“แม้การจัดการปัญหาขยะในปัจจุบันเริ่มมีทิศทางดีขึ้น อย่างการนำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ หรือแปรสภาพไปเป็นอย่างอื่นที่เกิดมูลค่า แต่ยังจำเป็นต้องมีแนวทางส่งเสริมให้ลดปริมาณขยะลง รวมถึงการหลีกเลี่ยงใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ขณะเดียวกันการสร้างจิตสำนึกสาธารณะแก่คนทั่วไปให้รู้จักรับผิดชอบต่อสังคมจะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด ที่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนภาคสังคมไปได้ไกลกว่าการจัดการขยะที่เกิดขึ้นเวลานี้” นายกเทศมนตรีฯ กล่าว
ด้าน นางสาคร จันทร์มณี เจ้าพนักงานสุขาภิบาลชำนาญงาน สำนักงานเทศบาลนครสงขลา ในฐานะวิทยากร กล่าวว่า ปัจจุบันเทศบาลนครสงขลามีชุมชนทั้งหมด 56 ชุมชน ประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 คน โดยมีขยะเฉลี่ยประมาณ 80-82 ตันต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นขยะประเภทกิ่งไม้ สิ่งของจากบ้านเรือนที่ไม่ได้ใช้แล้ว เช่น ที่นอน หมอน มุ้ง เป็นต้น
ส่วนขยะอินทรีย์หรือพลาสติกมีจำนวนลดหลั่นกันไป และเมื่อรถเก็บขยะจากบ้านเรือนแล้วจะนำไปกำจัดแบบฝังกลบที่เทศบาลตำบลเกาะแต้ว ซึ่งเป็นบ่อขยะขนาดใหญ่ ปัญหาที่พบจากการสำรวจคือ การทิ้งขยะโดยไม่ได้คัดแยก โดยเฉพาะนักเรียน-นักศึกษาที่อาศัยในหอพัก ส่วนบ้านเรือนของประชาชนยังมีแยกบ้างแม้จะไม่เต็ม 100% ก็ตาม
“ในเทศบาลนครสงขลามีประชากรแฝงเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะ การปลูกจิตสำนึกให้เขารักในชุมชนจึงเป็นเรื่องยาก แต่ทางเทศบาลก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะรณรงค์ให้เกิดการคัดแยกขยะ เพราะจะทำให้ง่ายต่อการกำจัด และการคัดแยกขยะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะขยะบางประเภทสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยลดปริมาณขยะลงได้ด้วย” เจ้าพนักงานสุขาภิบาลชำนาญงานฯ กล่าว
ด้าน น.ส.ดารารัตน์ ไหมแก้ว เยาวชนจากโครงการเปลี่ยนชานอ้อยให้เป็นกระดาษ กล่าวว่า เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เกิดความตระหนักในการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างขยะ และมองว่าปัญหาขยะแก้ได้ไม่ยาก หากทุกคนเริ่มต้นที่ตัวเราเองด้วยการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น ก็เชื่อว่าจะทำให้ปริมาณขยะลดลง
“เมื่อได้มาเข้าร่วมกิจกรรม หนูเริ่มไม่รับถุงจากการซื้อขนมที่ร้านค้า และหากจะซื้อน้ำดื่มสักแก้วหรือใส่ถุง ก็เริ่มคิดเอะใจว่าน้ำ 1 แก้วหรือน้ำ 1 ถุง ประกอบด้วยขยะกี่ชิ้น และหากเปลี่ยนมาเป็นใส่แก้วน้ำของเราเอง จะทำให้เราสามารถลดปริมาณขยะได้ในแต่ละวันด้วย เพราะแม้ว่าถุงพลาสติกจะสร้างความสะดวกแก่เรา แต่ถ้าเราลดการใช้จะทำให้ช่วยลดขยะไปได้ด้วยเช่นกัน” เยาวชนจากโครงการเปลี่ยนชานอ้อยให้เป็นกระดาษกล่าวปิดท้าย
ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หรือเรื่องของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นประเด็นที่ทุกคนในสังคมต้องช่วยกัน โดยเริ่มต้นง่ายๆ ที่ตัวเองก่อน
/ขอบคุณ สสส

ดอยสอยมาลัย
Previous post
กรมบัญชีกลางยอมรับ พบร้านธงฟ้าทุจริตใช้บัตรคนจน
Next post